ใครกันแน่ที่ควบคุมเวลาของฉัน?
เวลาไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องในทางปฏิบัติ เช่น ตารางเวลา นัดหมาย เวลาทำงาน และกิจวัตรประจำวันเท่านั้น ฉันหมายถึงเวลาในความหมายที่ลึกกว่านั้น เวลาที่เรารู้สึกว่าเป็นของเราจริง ๆ เวลาที่เราเลือกได้ว่าจะใช้ไปกับอะไร เวลาที่เรามีให้กับครอบครัว สุขภาพ ความสนใจ การเติบโตของตัวเอง และสิ่งที่สำคัญจริง ๆ ในชีวิต
เมื่อถึงจุดหนึ่ง ฉันเริ่มถามตัวเองด้วยคำถามที่เรียบง่าย แต่ก็ไม่ค่อยสบายใจนัก:
ฉันควบคุมเวลาของตัวเองได้มากแค่ไหนจริง ๆ?
คำถามนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อวิจารณ์งาน ธุรกิจ เส้นทางอาชีพ หรือรูปแบบชีวิตของใคร ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิดซึ่งใช้ได้กับทุกคน บางคนรักงานของตัวเอง บางคนมีความสุขกับการเป็นพนักงาน บางคนมีความสุขกับการทำธุรกิจของตัวเอง บางคนต้องการความมั่นคง บางคนต้องการอิสระมากขึ้น และบางคนต้องการทั้งสองอย่างผสมกัน
แต่ฉันยังคิดว่านี่เป็นคำถามที่ควรถามตัวเอง
เพราะพวกเราหลายคนเติบโตขึ้นมาในระบบที่หล่อหลอมวิธีคิดของเราเกี่ยวกับเวลา เงิน งาน และความมั่นคง บ่อยครั้งเราไม่ได้ตั้งคำถามกับระบบเหล่านั้น เพราะมันดูเป็นเรื่องปกติ เราไปโรงเรียน ได้รับการสนับสนุนให้เรียนหนังสือ หางานดี ๆ ทำงานหนัก จ่ายบิล ไปพักผ่อนเมื่อมีโอกาส และสร้างชีวิตขึ้นมารอบโครงสร้างแบบนั้น
สิ่งนั้นไม่ได้ผิดอะไร
แต่มันอาจไม่ใช่วิธีคิดแบบเดียวที่มีอยู่
ตอนที่ฉันยังเด็ก ฉันมองเห็นวิธีหารายได้หลัก ๆ อยู่สองทาง คือเป็นพนักงาน หรือทำงานเป็นเจ้าของกิจการของตัวเอง นั่นคือโลกที่ฉันเข้าใจ ถ้าอยากมีรายได้ ก็ต้องทำงาน ถ้าอยากมีรายได้มากขึ้น ก็ต้องทำงานมากขึ้น เก่งขึ้นในสิ่งที่ทำ หรือเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง
ฉันเริ่มทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย ตอนเด็ก ๆ ฉันมีงานเล็ก ๆ หลายอย่าง เคยแจกใบปลิวและหนังสือพิมพ์ และต่อมาก็ทำงานในครัวและล้างจานบนเรือโดยสาร ฉันเรียนรู้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่าเงินมักได้มาจากการแลกเวลากับรายได้
อีกครั้งหนึ่ง สิ่งนั้นไม่ได้ผิดอะไร มันเป็นจุดเริ่มต้นของพวกเราส่วนใหญ่ และเป็นวิธีที่สังคมส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นมา
แต่ต่อมาในชีวิต เมื่อฉันได้รู้จักกับการพัฒนาตนเอง และวิธีคิดใหม่ ๆ เกี่ยวกับเงิน เวลา และธุรกิจ ฉันเริ่มมองเห็นบางอย่างที่ก่อนหน้านั้นฉันยังไม่เข้าใจจริง ๆ
มีความแตกต่างระหว่างการหารายได้จากเวลาที่เราขาย กับการสร้างบางสิ่งที่สามารถสร้างรายได้เกินกว่าชั่วโมงที่เราทำงานด้วยตัวเองโดยตรง
ความคิดนี้เปลี่ยนวิธีที่ฉันมองเวลา
ในฐานะพนักงาน มักมีคนอื่นเป็นผู้กำหนดหลายส่วนของตารางชีวิต ว่าจะเริ่มงานเมื่อไร เลิกงานเมื่อไร ลาพักร้อนได้เมื่อไร ต้องทำอะไร งานเกิดขึ้นที่ไหน และวันหนึ่ง ๆ จะยืดหยุ่นได้มากแค่ไหน
ในฐานะคนทำงานอิสระหรือเจ้าของกิจการ อาจมีอิสระมากขึ้นในบางด้าน แต่ถึงอย่างนั้น เวลามักยังผูกอยู่กับลูกค้า งานที่รับมา กำหนดส่ง โปรเจกต์ และความจำเป็นที่จะต้องสร้างรายได้ต่อไป ในหลายกรณี มันยังคงเป็นการแลกเวลากับเงิน เพียงแค่อยู่ในรูปแบบที่ต่างออกไป
สิ่งนั้นไม่ได้ทำให้มันเป็นเรื่องแย่ มันเพียงแค่หมายความว่า อิสระกับรายได้ไม่ใช่สิ่งเดียวกันเสมอไป คนคนหนึ่งอาจมีรายได้ดี แต่ยังมีอำนาจควบคุมเวลาของตัวเองน้อยมาก คนคนหนึ่งอาจเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ยังรู้สึกติดอยู่กับภาระและความต้องการของธุรกิจนั้น คนคนหนึ่งอาจมีงานที่มั่นคง แต่ก็ยังสงสัยว่าอะไรจะเกิดขึ้น หากบางอย่างเปลี่ยนไปในสิ่งที่ตนเองควบคุมไม่ได้
นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ฉันคิดว่าเรื่องนี้สำคัญ
ชีวิตเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว บริษัทอาจปรับโครงสร้าง ลูกค้าอาจหายไป ตลาดอาจเปลี่ยน ทิศทางทางการเมืองอาจส่งผลต่อทั้งอุตสาหกรรม ปัญหาสุขภาพอาจเปลี่ยนสิ่งที่เราทำได้ เศรษฐกิจอาจเคลื่อนไปในทิศทางที่ไม่มีใครคาดคิด
บางครั้งมีสิ่งเกิดขึ้นที่กระทบต่อวิถีชีวิตทั้งหมดของเรา แม้ว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิดเลยก็ตาม
เพราะเหตุนี้ ฉันจึงไม่ได้คิดเพียงแค่เรื่องรายได้อีกต่อไป ฉันคิดมากขึ้นในแง่ของทางเลือก
ฉันมีทางเลือกหรือไม่?
ฉันมีเงินสำรองหรือไม่? ฉันมีมากกว่าหนึ่งวิธีในการสร้างรายได้หรือไม่? ฉันมีทักษะที่จะช่วยให้ปรับตัวได้หรือไม่? ฉันกำลังสร้างบางสิ่งสำหรับอนาคตหรือไม่? ฉันมีอำนาจควบคุมเวลาของตัวเองมากพอที่จะใช้ชีวิตในแบบที่มีความหมายสำหรับฉันหรือไม่?
คำถามเหล่านี้อาจไม่ใช่คำถามที่สบายใจเสมอไป แต่เป็นคำถามที่มีประโยชน์
สำหรับฉัน เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการบอกให้ใครลาออกจากงาน เลิกทำธุรกิจ หรือเปลี่ยนทุกอย่างทันที นั่นง่ายเกินไป และชีวิตจริงแทบไม่เคยง่ายขนาดนั้น
สำหรับฉัน มันเกี่ยวกับการตระหนักรู้มากกว่า
บางทีขั้นแรกอาจไม่ใช่การเปลี่ยนทุกอย่าง บางทีขั้นแรกอาจเป็นเพียงการสังเกตว่า ชีวิตของเราถูกจัดวางไว้อย่างไร
ในหนึ่งสัปดาห์ มีเวลาแค่ไหนที่ฉันเลือกเองจริง ๆ? มีเวลาแค่ไหนที่ถูกควบคุมโดยภาระหน้าที่? รายได้ของฉันพึ่งพาแหล่งเดียวมากแค่ไหน? เวลาของฉันถูกใช้ไปกับสิ่งที่ฉันบอกว่าสำคัญ แต่กลับแทบไม่เคยให้ความสำคัญจริง ๆ มากแค่ไหน? ชีวิตของฉันถูกสร้างขึ้นอย่างตั้งใจมากแค่ไหน และมากแค่ไหนที่เป็นเพียงผลลัพธ์จากนิสัย กิจวัตร และความคาดหวังที่ฉันไม่เคยตั้งคำถาม?
คำถามเหล่านี้สำคัญ เพราะเวลาไม่ใช่แค่ทรัพยากรในทางปฏิบัติ เวลา คือชีวิต
เวลากับครอบครัว เวลากับลูก ๆ เวลาเพื่อสุขภาพ เวลาเพื่อการเรียนรู้ เวลาเพื่อการไตร่ตรอง เวลาเพื่อทำงานที่มีความหมาย เวลาเพื่อการผจญภัย เวลาเพื่อกลายเป็นคนที่เราอยากเป็น
หลายคนบอกว่าต้องการอิสระมากขึ้น แต่อิสระไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินเพียงอย่างเดียว แน่นอนว่าเงินช่วยได้ แต่อิสระยังเกี่ยวข้องกับการมีทางเลือกด้วย มันคือการไม่ต้องพึ่งพาเพียงสถานการณ์เดียว นายจ้างคนเดียว ลูกค้าคนเดียว ระบบเดียว หรือวิธีสร้างรายได้เพียงวิธีเดียวทั้งหมด
เพราะเหตุนี้ ฉันจึงเชื่อว่าการสร้างทางเลือกอื่น ๆ มีคุณค่ามาก
ทางเลือกไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่โต มันอาจเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ได้
อาจเป็นการเรียนรู้ทักษะใหม่ อาจเป็นการอ่านและศึกษาการพัฒนาตนเอง อาจเป็นการสร้างนิสัยทางการเงินที่ดีขึ้น อาจเป็นการเก็บออมส่วนหนึ่งของรายได้ อาจเป็นการลงทุนในความรู้ อาจเป็นการสร้างโปรเจกต์เล็ก ๆ ข้างงานหลัก อาจเป็นการค่อย ๆ พัฒนาธุรกิจไปตามเวลา หรืออาจเป็นการสร้างบางสิ่งในวันนี้ ที่จะให้ทางเลือกมากขึ้นในวันพรุ่งนี้
ประเด็นไม่ใช่ว่าทุกคนต้องทำสิ่งเดียวกัน
ประเด็นคือการเริ่มคิดในมุมที่ต่างออกไป
ถ้าฉันรักสิ่งที่ฉันทำอยู่ในวันนี้ นั่นเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม แต่ฉันก็ยังอยากให้สิ่งนั้นเป็นการเลือก ไม่ใช่กับดัก
ถ้าฉันเลือกอยู่ในงานเดิม ฉันอยากให้การเลือกนั้นมาจากความชัดเจน ไม่ใช่ความกลัว
ถ้าฉันเลือกทำธุรกิจ ฉันอยากสร้างมันในแบบที่ทำให้มีอิสระมากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง
ถ้าฉันเลือกใช้เวลาของตัวเองในแบบใดแบบหนึ่ง ฉันอยากรู้ว่ามันสอดคล้องกับชีวิตที่ฉันกำลังพยายามสร้างจริง ๆ
สำหรับฉัน นั่นคือคำถามที่แท้จริง
ไม่ใช่ว่าการเป็นพนักงานดีหรือไม่ดี ไม่ใช่ว่าการทำธุรกิจดีหรือไม่ดี ไม่ใช่ว่าเส้นทางหนึ่งดีกว่าอีกเส้นทางหนึ่ง
คำถามที่แท้จริงคือ: ฉันกำลังสร้างชีวิตที่มีทางเลือกอยู่หรือเปล่า?
เพราะเมื่อเรามีทางเลือก เราก็ตัดสินใจได้ดีขึ้น เราสามารถอยู่ต่อเพราะเราอยากอยู่ ไม่ใช่เพราะเราติดอยู่ เราสามารถทำงานเพราะมันมีความหมาย ไม่ใช่เพียงเพราะเราไม่มีทางเลือก เราสามารถค่อย ๆ สร้างโดยไม่ตื่นตระหนก เราสามารถคิดระยะยาวได้มากขึ้น เราสามารถตัดสินใจจากจุดที่มีพลัง ไม่ใช่จากความกลัว
ฉันคิดว่านี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่การพัฒนาตนเองมีความหมายกับฉันมาก มันเปิดความคิดของฉันให้เห็นว่า ชีวิตไม่จำเป็นต้องถูกมองผ่านโครงสร้างแบบเดียวกับที่ฉันเติบโตมาเท่านั้น มันช่วยให้ฉันเข้าใจว่า นิสัย วิธีคิด ทักษะ ความเป็นผู้นำ การสื่อสาร และความเข้าใจทางการเงิน ล้วนมีบทบาทในการสร้างทางเลือกที่มากขึ้น
และบางที จุดนั้นอาจเป็นจุดที่คุณค่าที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้น
ไม่ใช่การเปลี่ยนทุกอย่างในทันที
ไม่ใช่การตัดสินทางเลือกของคนอื่น
แต่เป็นการตั้งคำถามที่ดีขึ้น
ฉันกำลังสร้างชีวิตแบบไหน? เวลาของฉันหายไปกับอะไร? ฉันกำลังพึ่งพาอะไรอยู่? ถ้ามีบางอย่างเปลี่ยนไป จะเกิดอะไรขึ้น? ฉันจะเริ่มสร้างอะไรได้ตั้งแต่ตอนนี้ ที่อาจให้ทางเลือกมากขึ้นในอนาคต?
สำหรับฉัน การไตร่ตรองเรื่องนี้ย้อนกลับมาที่ความคิดเรียบง่ายอย่างหนึ่ง:
ฉันอยากเป็นเจ้าของเวลาของตัวเองมากขึ้น
ไม่ใช่เพราะฉันอยากหนีความรับผิดชอบ แต่เพราะฉันอยากใช้ชีวิตอย่างมีเจตนามากขึ้น ฉันอยากให้เวลา งาน รายได้ นิสัย และการเติบโตของตัวเอง เคลื่อนไปในทิศทางของชีวิตที่ฉันอยากสร้างจริง ๆ
บางที นี่อาจเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การคิด
เพราะถ้าเวลา คือชีวิต การเรียนรู้ที่จะสร้างทางเลือกมากขึ้นรอบเวลาของเรา อาจเป็นหนึ่งในรูปแบบที่สำคัญที่สุดของการเติบโต
บทความที่เกี่ยวข้อง: การสร้างการควบคุมเวลาของตัวเองให้มากขึ้น มักเริ่มจากนิสัยเล็ก ๆ ในแต่ละวัน อ่าน: นิสัยของคุณกำลังเปลี่ยนชีวิตคุณอยู่หรือเปล่า?
คุณอยากเข้าใจไหมว่าการตัดสินใจของคุณส่งผลต่อวิธีที่คุณใช้เวลาอย่างไร? อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แบบทดสอบรูปแบบการตัดสินใจ

