การลงทุนที่ดีที่สุดของคุณ
เรามักพูดถึงการลงทุนกันอยู่บ่อย ๆ การลงทุนในหุ้น การลงทุนในกองทุน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในธุรกิจ หรือการลงทุนในบางสิ่งที่อาจเติบโตขึ้นตามเวลา และหวังว่าจะช่วยสร้างอนาคตที่ดีขึ้น
ทั้งหมดนั้นอาจมีคุณค่า แต่ฉันเชื่อว่ามีการลงทุนอย่างหนึ่งที่มาก่อนการลงทุนอื่น ๆ อีกมากมาย
นั่นคือการลงทุนในตัวเราเอง
เพราะไม่ว่าเราต้องการจะสร้างอะไร ปรับปรุงอะไร เปลี่ยนแปลงอะไร หรือทำให้อะไรเกิดขึ้น เราก็นำตัวเราเองเข้าไปอยู่ในกระบวนการนั้นเสมอ วิธีคิดของเรา นิสัยของเรา ความรู้ของเรา ทัศนคติของเรา วินัยของเรา การสื่อสารของเรา ความสามารถในการรับมือกับอุปสรรค และความสามารถในการเรียนรู้ของเรา
ถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่เติบโต สิ่งอื่น ๆ ก็จะเติบโตได้ยากขึ้นมาก
คนคนหนึ่งอาจลงทุนเงินโดยที่ยังไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ คนคนหนึ่งอาจเริ่มธุรกิจโดยที่ยังไม่ได้พัฒนาทักษะที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจนั้น คนคนหนึ่งอาจเริ่มเส้นทางด้านสุขภาพโดยที่ยังไม่ได้เรียนรู้วิธีสร้างนิสัยที่ยั่งยืน คนคนหนึ่งอาจตั้งเป้าหมายโดยที่ยังไม่เข้าใจว่าเขาต้องกลายเป็นคนแบบไหนเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น
นั่นคือเหตุผลที่การพัฒนาตนเองมีความสำคัญ
สำหรับฉัน การลงทุนในตัวเองเป็นหนึ่งในสิ่งที่มีค่าที่สุดที่ฉันเคยทำ ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นเพราะฉันทำสำเร็จทุกอย่างแล้ว หรือเพราะฉันเข้าใจทุกอย่างหมดแล้ว ฉันยังไม่ได้อยู่ในจุดที่อยากอยู่ในทุกด้านของชีวิต
แต่ฉันมองเห็นได้ชัดเจนว่า หนังสือที่ฉันอ่าน สัมมนาที่ฉันเข้าร่วม การศึกษาที่ฉันได้รับ และการพัฒนาตนเองที่ฉันทำมาตลอด ได้หล่อหลอมวิธีคิด วิธีลงมือทำ และวิธีมองอนาคตของฉัน
สิ่งเหล่านั้นไม่ได้เปลี่ยนฉันให้กลายเป็นคนอื่น บางทีนั่นอาจไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องในการมองการเติบโต
ฉันไม่คิดว่าการพัฒนาตนเองทำให้เรากลายเป็นคนละคนอย่างสิ้นเชิง ฉันคิดว่ามันช่วยดึงสิ่งที่มีอยู่แล้วภายในตัวเราออกมาให้ชัดเจนขึ้น
มันคล้ายกับก้อนหินก้อนหนึ่ง ในตอนแรกมันอาจดูหยาบ ไม่ชัดเจน และยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง แต่เมื่อการทำงานดำเนินต่อไป บางสิ่งก็เริ่มปรากฏขึ้น รูปร่างเริ่มชัดเจนขึ้น ส่วนที่ไม่จำเป็นถูกขัดออกไป ประติมากรรมนั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากความว่างเปล่า แต่มันถูกเปิดเผยออกมาผ่านกระบวนการ
ฉันคิดว่าการเติบโตของคนเราก็ทำงานคล้ายกัน
ยิ่งเราเรียนรู้มากเท่าไร เราก็ยิ่งค้นพบตัวเองมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งเราพัฒนาตัวเองมากเท่าไร เราก็ยิ่งเห็นทั้งจุดแข็งของเรา และด้านที่เรายังต้องเติบโตมากขึ้นเท่านั้น และยิ่งเราเข้าใจมากขึ้นเท่าไร เราก็ยิ่งตระหนักว่า ยังมีอีกมากมายที่เรายังไม่รู้
นั่นไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ
การลงทุนในตัวเองไม่ได้ให้ผลลัพธ์ทันทีเสมอไปในแบบที่วัดออกมาเป็นเงินได้ บางครั้งผลลัพธ์ปรากฏในวิธีคิดของเรา บางครั้งปรากฏในทัศนคติของเรา บางครั้งปรากฏในวิธีที่เรารับมือกับความกดดัน วิธีที่เราสื่อสาร วิธีที่เราตัดสินใจ หรือวิธีที่เราตอบสนองเมื่อชีวิตไม่ได้เป็นไปตามที่วางแผนไว้
ผลตอบแทนแบบนั้นอาจคำนวณเป็นตัวเลขได้ยาก แต่ก็ยังมีคุณค่าอย่างมาก
ถ้าเราลงทุนในสุขภาพของเรา เราอาจได้พลังงานมากขึ้น ความมั่นใจมากขึ้น ความแข็งแรงมากขึ้น และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ถ้าเราลงทุนในวิธีคิดของเรา เราอาจเริ่มมองเห็นโอกาสในจุดที่ก่อนหน้านี้เราเคยมองเห็นแต่ปัญหา ถ้าเราลงทุนในเรื่องการสื่อสาร เราอาจพัฒนาความสัมพันธ์ ความเป็นผู้นำ และความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีขึ้น
ถ้าเราลงทุนในการศึกษาด้านการเงิน เราอาจตัดสินใจเรื่องเงินได้ดีขึ้น ถ้าเราลงทุนในการพัฒนาตนเอง เราอาจเริ่มเข้าใจตัวเองในระดับที่ลึกขึ้น และสร้างทิศทางที่ดีขึ้นให้กับอนาคตของเรา
นั่นคือเหตุผลที่ฉันเชื่อว่าการลงทุนประเภทนี้สำคัญมาก
มันไม่ใช่แค่เรื่องของการอ่านหนังสือหนึ่งเล่ม หรือการไปเข้าร่วมสัมมนา สิ่งเหล่านั้นทรงพลังได้ แต่เฉพาะเมื่อเรานำมาใช้เท่านั้น หนังสือที่วางอยู่บนชั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก คอร์สที่เราไม่เคยนำไปใช้ไม่ได้สร้างการเติบโตมากนัก สัมมนาอาจสร้างแรงบันดาลใจให้เราได้ แต่แรงบันดาลใจเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ
คุณค่าที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อเรานำสิ่งที่เรียนรู้มาใช้ในชีวิตจริง
นั่นคือช่วงเวลาที่ข้อมูลกลายเป็นการเปลี่ยนแปลง
ก่อนที่เราจะเลือกว่าจะลงทุนเวลา เงิน หรือพลังงานไปที่ไหน ฉันคิดว่าการถามตัวเองอย่างซื่อสัตย์บางคำถามเป็นสิ่งที่ช่วยได้
ฉันอยากพัฒนาอะไร? ฉันต้องกลายเป็นคนแบบไหน? ฉันยังขาดความรู้อะไร? นิสัยอะไรที่กำลังฉุดรั้งฉันไว้? ด้านใดของชีวิตฉันจะเปลี่ยนไปมากที่สุด ถ้าฉันเตรียมตัวได้ดีขึ้น?
คำถามเหล่านี้สำคัญ เพราะการลงทุนในตัวเองไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว มันอาจดูแตกต่างกันไปตามสิ่งที่แต่ละคนต้องการ
สำหรับบางคน การลงทุนในตัวเองอาจหมายถึงการเข้าร่วมโปรแกรมดูแลสุขภาพ เรียนรู้วิธีกินให้ดีขึ้น เคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น และสร้างกิจวัตรที่สนับสนุนวิถีชีวิตที่ดีขึ้น
สำหรับอีกคนหนึ่ง อาจหมายถึงการเรียนคอร์สเกี่ยวกับการลงทุน ธุรกิจ ความเป็นผู้นำ การสื่อสาร หรือการเงินส่วนบุคคล
สำหรับบางคน อาจหมายถึงการอ่านหนังสือที่ท้าทายวิธีคิดของตนเอง การหาเมนเทอร์ การเข้าร่วมสัมมนา หรือการเรียนรู้ทักษะใหม่ที่เปิดโอกาสใหม่ ๆ
มันอาจหมายถึงการสร้างบางสิ่งควบคู่ไปกับสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบันด้วย หากใครบางคนต้องการมีทางเลือกมากขึ้นในอนาคต เขาอาจจำเป็นต้องลงทุนในความรู้ นิสัย และทักษะที่จำเป็นต่อการสร้างทางเลือกเหล่านั้น
ในหลายกรณี อนาคตที่เราต้องการต้องการตัวเราในเวอร์ชันที่เรายังไม่ได้พัฒนาขึ้นมาอย่างเต็มที่ นั่นอาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องที่ให้กำลังใจได้
เพราะมันหมายความว่าการเติบโตเป็นไปได้
เราไม่ได้ติดอยู่กับสิ่งที่เรารู้ในวันนี้เท่านั้น เราเรียนรู้ได้ เราพัฒนาได้ เรามีวินัยมากขึ้นได้ เราสื่อสารได้ดีขึ้นได้ เราตระหนักรู้มากขึ้นได้ เราแข็งแกร่งขึ้นในด้านที่สำคัญต่อเราได้
แต่โดยปกติแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ มันเกิดขึ้นเพราะเราเลือกที่จะลงทุนกับมัน
ฉันคิดว่าความผิดพลาดอย่างหนึ่งที่หลายคนทำคือ พวกเขามองหาผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ก่อนที่จะมองว่าตัวเองกำลังกลายเป็นคนแบบไหน พวกเขาต้องการการเงินที่ดีขึ้น สุขภาพที่ดีขึ้น ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น ความมั่นใจที่มากขึ้น โอกาสที่ดีขึ้น หรือความเป็นผู้นำที่ดีขึ้น
แต่ผลลัพธ์เหล่านั้นหลายอย่างเชื่อมโยงกับการเติบโตส่วนบุคคล
ถ้าฉันต้องการสุขภาพที่ดีขึ้น ฉันอาจต้องมีนิสัยที่ดีขึ้น ถ้าฉันต้องการการเงินที่ดีขึ้น ฉันอาจต้องมีความเข้าใจเรื่องเงินที่ดีขึ้น ถ้าฉันต้องการความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น ฉันอาจต้องสื่อสารได้ดีขึ้น ถ้าฉันต้องการความเป็นผู้นำที่ดีขึ้น ฉันอาจต้องมีการรู้จักตนเองมากขึ้น ถ้าฉันต้องการโอกาสที่ดีขึ้น ฉันอาจต้องเตรียมตัวให้ดียิ่งขึ้น
นี่คือเหตุผลที่การลงทุนในตัวเองไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว จริง ๆ แล้วมันอาจทำให้เราสร้างคุณค่าให้กับผู้อื่นได้มากขึ้นด้วย
เมื่อเราเติบโต เรามักนำคุณค่าที่มากขึ้นไปสู่ครอบครัว งาน ธุรกิจ ทีม และผู้คนรอบตัวเรา เราพร้อมมากขึ้นที่จะมีส่วนร่วม สนับสนุน เป็นผู้นำ สื่อสาร และตัดสินใจ
นั่นคือผลตอบแทนที่ส่งผลมากกว่าแค่ตัวเราเอง
สำหรับฉัน หนังสือมีบทบาทสำคัญมากในเรื่องนี้ ไม่ใช่หนังสือทุกเล่มที่จะเปลี่ยนชีวิตคนได้ ไม่ใช่ทุกคอร์สที่จะมีประโยชน์ และไม่ใช่ทุกสัมมนาจะสร้างจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ แต่เมื่อแนวคิดที่ถูกต้องมาเจอกับช่วงเวลาที่เหมาะสม มันสามารถเปลี่ยนวิธีที่เรามองตัวเองและอนาคตของเราได้
บางครั้งเพียงแนวคิดเดียวก็เปลี่ยนวิธีคิดของเราได้ บางครั้งเพียงนิสัยเดียวก็เปลี่ยนทิศทางของทั้งปีได้ บางครั้งเพียงการตัดสินใจที่จะเติบโตครั้งเดียว ก็สามารถเปิดประตูที่เราไม่เคยมองเห็นมาก่อนได้
นั่นคือเหตุผลที่ฉันกลับมาหาความคิดนี้อยู่เสมอ:
ก่อนที่เราจะลงทุนเฉพาะในสิ่งที่อยู่นอกตัวเรา บางทีเราควรถามตัวเองด้วยว่า เรากำลังลงทุนมากแค่ไหนในสิ่งที่อยู่ภายในตัวเรา
วิธีคิดของเรา ความรู้ของเรา วินัยของเรา สุขภาพของเรา การสื่อสารของเรา การรู้จักตนเองของเรา และความสามารถในการเติบโตของเรา
เพราะทุกสิ่งที่เราสร้าง ล้วนได้รับผลกระทบจากคนที่เรากำลังกลายเป็น
และถ้าเราต้องการอนาคตที่ดีขึ้น หนึ่งในจุดเริ่มต้นที่เป็นรูปธรรมที่สุด อาจเป็นการเริ่มต้นจากตัวเราเอง
บทความที่เกี่ยวข้อง: การลงทุนที่ดีในตัวเองมักเริ่มจากสิ่งที่เราอ่าน และวิธีที่เรานำไปใช้ อ่าน: คุณกำลังอ่านหนังสืออยู่จริง ๆ หรือแค่มีหนังสือไว้ครอบครอง?
คุณอยากรู้จักตัวเองให้ดียิ่งขึ้น และค้นพบโอกาสในการพัฒนาตัวเองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดหรือไม่? อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Core Color – แบบทดสอบบุคลิกภาพ
บทความนี้มีประโยชน์สำหรับคุณหรือไม่?
ใช่ไม่